วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เริ่มอ่านให้ดี เริ่มที่ ตาข้างไหน ?


สมองคนเราแบ่งการทำงานเป็นสองซีก สำหรับการอ่าน สมองซีกขวาทำหน้าที่เกี่ยวกับการอ่านแบบไม่ออกเสียง ทำให้ช่วยจำข้อมูลต่างๆ ได้มากในเวลารวดเร็ว แต่ก็เป็นการเข้าใจแบบรวมๆ กว้างๆ ส่วนสมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่อ่านแบบวิเคราะห์ แบบละเอียดยิบทุกตัวอักษรเลยค่ะ

แล้วดวงตาข้างไหน มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้? ในทางประสาทวิทยาเค้าบอกค่ะว่า สัญญาณภาพจากตาซ้ายเกือบร้อยละ 80 จะถูกส่งไปสมองซีกขวา ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า การอ่านด้วยตาซ้ายจะทำให้เข้าใจแบบกว้างๆ ได้มากกว่า ดังนั้น ถ้าน้องๆ ลองกำหนดสติในการอ่านด้วยตาซ้าย (แต่ไม่ต้องปิดตาขวานะ) อาจช่วยให้สมองซีกขวาทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าต้องการอ่านแบบละเอียดวิเคราะห์เจาะลึก ก็ลองกำหนดการอ่านด้วยตาตาขวา ก็จะช่วยให้การอ่านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แต่คนไหนที่มีปัญหาสายตา ร่างกายจะปรับตัวโดยการใช้สายตาข้างที่ชัดกว่าอยู่ตลอด ทำให้สมองทำงานไม่สมดุล ดังนั้น ชาวเด็กดีก็ควรทำการตรวจวัดสายตาดูด้วยนะคะว่า การมองเห็นของตาทั้งสองข้างเท่ากันหรือเปล่า ถ้ามีปัญหาก็ทำการแก้ไข ใส่แว่น ใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามสะดวก จะได้ช่วยให้สมองทำงานได้สมบูรณ์ขึ้นนะคะ

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รู้ไหมอ่านหนังสือช่วงไหน"นาทีทอง"


ในทางวิทยาศาสตร์ด้านสมองเค้าบอกว่า การท่องหนังสือในเวลากลางคืนเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำค่ะ เพราะว่าเวลากลางคืนเป็นเวลาที่เราควรนอนหลับ ซึ่งการนอนหลับ สมองเราจะมีการจัดระเบียบความทรงจำและบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่เราตื่นนอนจนเราเข้านอนค่ะ ซึ่งการจำอะไรให้มีประสิทธิภาพ ก็จำเป็นต้องนอนให้เพียงพอด้วย
ส่วนเวลาที่เหมาะสมเป็น "นาทีทอง" ในการจำนั่นก็คือ เวลาช่วงเช้านั่นเองค่ะ เพราะการจัดระเบียบความจำเกิดขึ้นตอนที่เรานอนหลับ เพราะฉะนั้นสมองของเราในช่วงเช้าจะปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับการใช้งานอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าอ่านหนังสือช่วงนี้ได้ ก็เรียกว่าการจำก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ แถมยังเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้การสร้างสรรค์หรืองานเขียนต่างๆ อีกด้วยนะ

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประวัติเกาะนามิ




เกาะนามิ" ตั้งอยู่ใน เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำ เกาะนามิมีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ เป็นสถานที่โรแมนติคอีกแห่งหนึ่งสำหรับคู่รักหนุ่มสาว WINTER LOVE SONG หรือเพลงรักในสายลมหนาว" ห่างจากกรุงโซลเพียง 63 กิโลเมตร บรรยากาศสวยงามบนเกาะนามิ ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งเกาหลีและเอเซีย ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะสุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เกาะนามิเป็นชื่อของนายพลนามิ ที่รับราชการตั้งแต่อายุ 17 ปี ถูกประหารชีวิตเพราะโตเร็วเกินไปในหน้าที่การงาน
นายพลนามิ เป็นเชื้อพระวงศ์ เพราะพระมารดาเป็นเจ้าฟ้าหญิงองค์ที่ 4 ของกษัตริย์ และพระบิดาเป็นสมาชิกของตระกูลผู้สูงศักดิ์ เกียรติประวัติของนายพลนามิ เป็นที่เลื่องลือตั้งแต่อายุ 17 เมื่อความกล้าหาญของท่านที่แสดงออกในระหว่างการสอบเข้ารับราชการทหาร ผ่านการทดสอบความทรหด โดยสยบใครอื่นได้หมด
ความสามารถของท่านเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ยิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่อท่านนำทัพ 3 หมื่น เข้ากวาดล้างจราจลในแถบอีสานได้อย่างราบคาบ จนได้รับการพระราชทานตำแหน่งอันสูงส่งเทียบเท่ารัฐมนตรีกลาโหมในปัจจุบัน ด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น
หลังจากนั้น ท่านก็นำทัพเข้าปราบปรามชนเผ่าที่แข็งขืนต่างๆ จนสามารถยึดพื้นที่แถบเหนือมาได้ทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ภายหลังการสวรรคตของกษัตริย์ ท่านก็ถูกใส่ความโดยศัตรูทางการเมืองด้วยข้อหากบฎ จึงถูกประหารชีวิต รวมทั้งพระมารดาและพรรคพวกรวม 25 คน ต่อมา เมื่อผลัดเปลี่ยนราชบัลลังค์ ได้มีการพิสูจน์หลักฐานว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นความเท็จ กษัตริย์พระองค์ใหม่จึงได้คืนยศฐาบรรดาศักดิ์ให้ดังเดิม
เกาะนามิเป็นเกาะที่มีความงดงาม โดยเฉพาะทิวสนที่ยืนต้นเป็นทิวแถวสลับกับไม้พุ่ม ที่ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ , เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัดและถ่ายรูปคู่รูปปั้นพระเอกนางเอกของละครเรื่องนี้ อย่าลืมไปเที่ยวกันนะค่ะและคุณจะรู้ว่ามันสวยจริงจริง

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

เตือนภัย : ใส่คอนแทคระวังอันตราย


การใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้การส่งผ่านออกซิเจนระหว่างอากาศกับกระจกตาดำลดลง (กระจกตาดำต้องการออกซิเจนจากหน้าสัมผัสกับอากาศภายนอกโดยการละลายของออกซิเจนในน้ำตาผ่านเข้าไป) ดังนั้น ผู้ใช้คอนแท็กเลนส์บางคนที่มีการสร้างน้ำตาบกพร่อง (ไม่ว่าจะเป็นในแง่ปริมาณ และ/หรือคุณภาพของน้ำตา) ทำให้การส่งผ่านออกซิเจน-น้ำตา-กระจกตาดำลดลง ซึ่งผลก็คือ กระจกตาดำขาดอากาศหายใจ ทำให้เซลล์เยื่อบุผิวกระจกตาดำซึ่งมีบทบาทในการทำให้กระจกตาดำคงความใสอยู่ได้ตลอดเวลา ลดจำนวนลงไป ภูมิคุ้มกันของตา โดยเฉพาะ บริเวณกระจกตาดำลดลงไป เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายขึ้น
สำหรับอัตราของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ โดยดูแลอย่างถูกต้อง (ไม่ใส่ค้างคืน ไม่ขี้เกียจล้าง) อยู่ที่ ๑:๒๐๐:๑ ปี (ใน ๑ ปี คนใช้คอนแท็กเลนส์ อย่างถูกวิธี ๒๐๐ คน จะมี ๑ คน ที่เกิดการติดเชื้อทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรง)
การใส่คอนแทคเลนส์เมื่อมีการติดเชื้ออย่างอ่อนๆ อาจมีอาการเพียงการคัน ระคายเคือง หรือมีน้ำตาไหลเท่านั้น ทำให้ร่างกายพยายามเอาระบบภูมิคุ้มกันมายังกระจกตาดำ (ซึ่งเป็นอวัยวะที่ไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงโดยสิ้นเชิง) มากขึ้น หลอดเลือดที่เยื่อบุตาขาวจะขยายตัว ในผู้ที่เกิดการระคายเคืองการแพ้สารที่อยู่ในน้ำยาสารพัดอย่าง มีการขยายตัวของหลอดเลือดนี้ได้บ้างเหมือนกัน บางรายหลอดเลือดถึงกับงอกไปบนกระจกตาดำเลยทีเดียว ในบางประเทศ ทุกคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ต้องได้รับการตรวจพื้นฐาน ได้แก่ ความโค้งของกระจกตา (คอนแท็กเลนส์มีหลายความโค้ง การเลือกความโค้งให้เหมาะกับตาแต่ละคนก็เป็นเรื่องสำคัญ) ตรวจคุณภาพน้ำตา และโรคตาที่อาจยังไม่แสดงอาการก่อนที่จะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์ และในบางคนอาจได้รับคำแนะนำให้เลือกใช้วิธีแก้ไขสายตาอย่างอื่นแทน ทั้งที่ดูๆ เขาก็เป็นคนปกติ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องตามาก่อน แต่พอหันกลับมาดูที่ประเทศไทย คอนแทคเลนส์นั้นหาซื้อได้ง่ายถึงขั้นที่ว่าขายกันอยู่ตีนบันไดทางขึ้น – ลง รถไฟฟ้า วัยรุ่นก็ให้ความนิยมหาซื้อกันมาใส่ ถูกผิดก็ลองๆ กันไป...มีปัญหาค่อยหาหมออีกทีของแบบนี้ไม่ดีเลยนะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

5 เรื่องน่ารู้ของไข่ไก่


1. ทำไมไข่ทุกฟองไม่ฟักเป็นตัว
ไข่ที่ผลิตแต่ละฟองจะถูกปล่อยออกมาตามท่อรังไข่อย่างสม่ำเสมอ และแม่ไก่ก็พร้อมจะวางไข่กระบวนการนี้จะดำเนินไปตลอด ไม่ว่าไข่จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ก็ตาม นั่นคือเหตุผลที่ไข่ไก่ทุกฟองไม่ฟักเป็นตัว

2. ไข่สุก-ไข่ดิบ อะไรมีประโยชน์กว่ากัน

เราไม่ควรกินไข่ดิบ เพราะในไข่ดิบอาจจะมีเชื้อโรค และไข่ขาวดิบยังย่อยยากอีกด้วย หากเรากินไข่ขาวดิบเข้าไป มันจะผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้ไปโดยไม่ได้ย่อย ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ หากจะกินไข่ลวกควรลวกให้ไข่ขาวสุกเสียก่อน

3. ช่องวางไข่ในตู้เย็น ทำอายุไข่สั้น
เปลือกไข่มีลักษณะเป็นรูพรุนตลอดทั้งฟอง รูที่เปลือกมีขนาดเล็กมากเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวไข่ที่เราเห็นจึงดูเรียบเนียน และเพราะเปลือกมีรูพรุนทำให้ไข่สามารถดูดซึมกลิ่นต่างๆ ได้ง่าย จึงไม่นิยมเก็บไข่ไว้กับอาหารที่มีกลิ่นฉุน อย่างกะปิ น้ำปลา การเก็บไข่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นจะเหมาะกว่าเก็บที่อุณหภูมิปกติ และควรใส่ในภาชนะแล้ววางไว้บนชั้นวางธรรมดาดีกว่าใส่ในช่องวางไข่ที่ฝาผนังตู้เย็นซึ่งจะมีอุณหภูมิที่สูงทำให้ไข่เสียเร็วกว่าที่ควร

4. เก็บไข่ควรนำด้านแหลมลง
การวางไข่โดยเอาด้านแหลมลงและให้ด้านป้านอยู่บน ไข่แดงที่มีน้ำหนักเบากว่าไข่ขาว แม้จะพยายามลอยตัวขึ้นบนแต่ก็จะปะทะกับโพรงอากาศที่อยู่ทางด้านป้านไม่ปะทะกับเปลือกไข่ ไข่แดงจึงอยู่กลางใบหากเราเปลี่ยนเอาทางด้านป้านลงไข่แดงจะลอยขึ้นไปติดที่เปลือกไข่ทำให้ไข่แดงแตกง่ายเวลาตอก การเก็บไข่จึงควรนำด้านแหลมลงทุกครั้ง

5. ไข่ไม่ได้เป็นแค่อาหาร
ไข่ขาว นำมาทำเป็นส่วนประกอบของยางบางชนิด ทำสีทาสิ่งของ ทำกาว ทำหมึกพิมพ์ ช่วยย้อมหนัง กำจัดสิวเสี้ยนไข่แดง ทำสบู่ สี แชมพู ตกแต่งหนังสัตว์ บำรุงผิวเปลือกไข่ ทำอาหารสัตว์ ปุ๋ย และนำไปทำสิ่งประดิษฐ์ได้อีกหลายสิบอย่าง
การไม่ทานไข่ อาจส่งผลเสียต่อเส้นประสาทสมองได้ ไข่ฟองเล็กๆ หนึ่งฟอง มีปริมาณวิตามินบี 12ซึ่งจําเป็นต่อการสร้างเยื่อหุ้มป้องกันเส้นใยประสาท นอกจากนี้ไข่ยังดีต่อสายตาคุณ โดยเมื่อไม่นานมานี้มีผลการศึกษาจากอเมริกาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition ได้ค้นพบว่า การทานไข่อย่างน้อย 3 ฟองต่อสัปดาห์จะช่วยป้องกันภาวะสูญเสียสายตาที่มักเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้นได้ เพราะสารลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารรงควัตถุในตระกูลแคโรทีนอยด์ในไข่แดงจะช่วยบํารุงจอประสาทตานั่นเอง
"ไข่เจียว" ถือเป็นยาบํารุงร่างกายได้เลย เพราะนอก จากไข่จะช่วยให้ร่างกายคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดีแล้ว ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน แถมปริมาณ สารซีลีเนียมและวิตามินอีในไข่ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณมีหุ่นกลมเป็นไข่อีกด้วย
ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียนาสเตท พบว่า คนที่ทานมื้อเช้าโดยมีไข่เป็นส่วนประกอบ จะลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ทานไข่ในมื้อเช้าได้ถึง65 เปอร์เซ็นต์ เมื่อบริโภคแคลอรี่ในปริมาณที่เท่ากัน
ตามรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrution ไข่ที่ให้ผลดีต่อร่างกาย อาจส่งผลร้าย ได้เหมือนกัน ถ้าคุณทานมากกว่า 1 ฟองต่อวัน ติดกันทุกวัน แต่ขณะที่การทานไข่สูงสุด 6 ฟองต่อสัปดาห์ไม่ได้ ทําให้มีอันตรายถึงชีวิต
ในทางตรงกันข้ามการทานไข่ 7 ฟองหรือมากกว่านั้นภายใน 1 สัปดาห์ จะไปเพิ่มปัจจัย เสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ 23 เปอร์เซ็นต์

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เตือนภัย : วัยรุ่นติดเน็ตอันตราย!!!


อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่า “อินเตอร์เน็ต” นั้นเหมือนดาบสองคม สามารถให้ทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์แก่ผู้ที่ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้นั้นจะมีวิจารณญาณในการใช้ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าในช่วงของวัยรุ่นแล้วการใช้อินเตอร์เน็ตนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสียงที่จะสร้างปัญหาให้กับวัยรุ่นได้
เมื่อเร็วๆ นี้ มีผลสำรวจจากประเทศออสเตรเลียออกมาว่า พ่อแม่ชาวออสเตรเลียนกำลังมีความเป็นห่วงลูกหลาน หลังจากมีข่าวเด็กวัยรุ่น "ฆ่าตัวตาย" เพราะถูกกลั่นแกล้ง รังแก ผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์มือถือ


ข่าวเด็กหญิงชาวเมืองเมลเบิร์นวัย 14 ฆ่าตัวตาย และแม่ของเด็กหญิงกล่าวโทษว่าเป็นเพราะลูกสาวถูกคุกคามทางอินเตอร์เน็ต โดยก่อนจะเสียชีวิตลูกสาวได้เล่าให้เธอฟังว่ามี "ข้อความ" ที่เขียนถึงตัวเธอในทางเสียหาย และได้ไปโผล่ในอินเตอร์เน็ต ทำให้เธอเครียดมาก และอยากฆ่าตัวตาย กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ การข่มเหง รังแกผ่านโลกไซเบอร์ กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา และทำให้มีการสำรวจตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจากผลสำรวจในเด็ก 200,000 คน พบว่ามีอยู่ 10% ที่บอกว่าเคยโดนรังแก รังควานแบบนี้มาแล้ว

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวมีนักจิตวิทยาหลายคนได้ออกมาให้ความเห็นว่าเด็กๆ ผู้ตกเป็นเหยื่อมีแนวโน้มที่จะมีความเครียด วิตกกังวล และสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง อันนำไปสู่ความคิดอยากฆ่าตัวตาย

ส่วนเด็กและวัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อเล่าว่า การกลั่นแกล้ง รวมทั้งข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับพวกเขา มันทำให้เขารู้สึกว่าถูกทำลายชื่อเสียง รู้สึกว่าอาจมีคนไม่ชอบพวกเขา โดยมันทำลายชีวิตเขาทั้งทางสังคม อารมณ์ จิตใจ
นอกจากนี้ในผลสำรวจยังกล่าวว่า หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่พบจากการสำรวจครั้งนี้ก็คือ เด็กๆ รู้สึกว่าผู้ใหญ่ไม่ได้มองปัญหาภัยคุกคามทางโลกอินเตอร์เน็ตอย่างซีเรียสจริงจัง

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ใกล้ตัวที่สร้างอันตรายให้กับวัยรุ่นได้โดยที่ไม่มีใครคาดคิดจริงๆ นะคะ …

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พริก แสบร้อนทำไงดี



อาหารไทยถ้าขาดรสชาติเผ็ดร้อนของ “พริก” ไป ก็อาจจะทำให้อาหารบางชนิดรสชาติไม่อร่อยถึงใจได้ เช่น ต้มยำกุ้ง , ยำ , ส้มตำ เป็นต้น

เกลือช่วยได้!! เกลือที่มีรสชาติเค็มแสนจะเค็มนั้น ให้นำโรยบนมือที่รู้สึกว่าแสบร้อนสักประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วถูลูบไปมาสักพัก เกลือจะช่วยดูดความแสบร้อนให้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

แป้งช่วยได้!! แป้งเด็กที่น้องๆ ชอบทาตัวเวลาอาบน้ำเสร็จนั้นสามารถช่วยได้ โดยให้โรยแป้งไปบนฝ่ามือแล้วลูบไปมาเพียงเท่านี้ความแสบร้อนก็จะหายไป นอกจากจะช่วยให้หายแสบร้อนแล้ว ยังช่วยถนอมผิวและทำให้มือของน้องๆ มีกลิ่นหอมติดมืออีกด้วย


ถังข้าวสารช่วยได้!! โดยน้องๆ จะต้องนำมือที่รู้สึกว่าแสบร้อนจุ่มลงไปในถังข้าวสาร เพราะเมล็ดข้าวสารจะช่วยดูดความแสบร้อนออกไปจากมือ และยังช่วยทำให้มือรู้สึกเย็นสบายอีกด้วย