วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

กำจัด "เซลลูไลท์" ไปจากชีวิตสาว


ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในปัญหากวนใจสาวๆ แล้วล่ะก็ ขอบอกเลยนะคะว่าเจ้า “เซลลูไลท์” ตัวร้ายนี่ล่ะค่ะคือหนึ่งปัญหาคาราคาซังที่ทำให้สาวๆ ต้องปวดหัวกับเจ้าส่วนเกินอันไม่พึงประสงค์ที่อยู่ๆ ดีก็เกิดขึ้นมาตามส่วนต่างๆ ของร่างกายซะอย่างนั้นจริงๆ แล้ว เจ้าเซลลูไลท์ตัวร้าย ก็คือ ผิวหนังชั้นบนที่มีการสะสมไขมันมากกว่าปกติ ซึ่งเมื่อดูจากภายนอกจะเห็นลักษณะผิวขรุขระ เป็นก้อนนูน ไม่เรียบเนียน เซลลูไลท์นั้นมีชื่อเล่นที่เรารู้จักกันดีก็คือ “ผิวเปลือกส้ม” ซึ่งมักจะพบได้ตามบริเวณ สะโพก ต้นขา ต้นแขน ก้น หน้าท้อง
สำหรับสาเหตุของผิวเปลือกส้มนั้นมีได้หลากหลายสาเหตุค่ะ ตั้งแต่การเผาผลาญสารอาหารของร่างกายผิดปกติ ระบบไหลเวียนทำงานไม่เต็มที่ ขาดการออกกำลังกาย ปล่อยให้ท้องผูกเป็นประจำ หรืออาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยตัวแรกกระตุ้นร่างกายให้สะสมไขมัน ส่วนตัวหลังช่วยลดการสะสมไขมัน เมื่อสมดุลเสียทำให้ มีการสะสมไขมันได้มากยิ่งขึ้น สุดท้ายเลยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองเสียไป เกิดการสะสมของของเหลวและสารพิษ ถ้าปล่อยไปนานๆ จะมีผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว โครงสร้างผิวเสียความยืดหยุ่น ผิวจึงเป็นก้อนนูน ไม่เรียบเนียน
เห็นรึเปล่าล่ะค่ะว่า เจ้าเซลลูไลท์ตัวร้ายเป็นเรื่องน่ากวนใจแค่ไหน … สาวๆ หลายคนเมื่อประสบกับปัญหานี้แล้วก็อยากจะมีวิธีจัดการให้ปัญหานี้หมดไปใช่ไหมล่ะค่ะปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก เน้นผัก ผลไม้ที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ตอนเช้าดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ำมะนาวคั้น 1 ผล หรือเปลี่ยนเป็นชาสมุนไพร เช่น รางจืด หญ้าปักกิ่ง หญ้าหนวดแมว กระเจี๊ยบ ก็ได้ค่ะ เพื่อกระตุ้นการขับสารพิษออกจากร่างกาย
นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารแล้ว สาวๆ ยังควรกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และน้ำเหลือง บริเวณที่มีเซลลูไลท์ด้วยการนวดหรือขัดผิว ให้ลองผสมน้ำมันหอมระเหย 3-4 หยดกับน้ำมันนวดตัว หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิว เช่น ขิง ตะไคร้ บ้าน เลมอนออยล์ เปปเปอร์มินท์ออยล์ จะช่วยลดไขมัน กระชับผิว และขับสารพิษออกจากผิวได้ดีขึ้นด้วยล่ะค่ะ

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

สงกรานต์นี้โดนแดดเผา...ทำไงดี?


เมื่อผิวหนังสัมผัสแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเลตมากเกินไปจะทำให้ผิวหนังชั้นนอกเกิดการอักเสบ
คนส่วนใหญ่มักมีอาการผิวไหม้แดดขั้นต้น ซึ่งคุณอาจมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย
ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บมากในช่วง 4 ชั่วโมงหลังจากโดนแดด และเป็นอยู่ 2-3 วัน
หลังจากนั้น 5-7 วัน ผิวส่วนที่ไหม้จะเริ่มหลุดลอกออก
ทำให้เย็นลงก่อน
วิธีรักษาอาการผิวไหม้แดดที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทำให้เย็นลง ดังนั้นก่อนรักษาโดยวิธีอื่นๆ
ต้องหาทางทำให้ผิวเย็นลงเสียก่อน ใช้น้ำเย็นราดบริเวณที่ถูกแดดเผา
หรือใช้วิธีประคบเย็นสัก 15 นาที ความเย็นจะลดอาการบวมและขจัดความร้อนไปจากผิวคุณรักษาด้วยสมุนไพร
ต้มชาเขียวสักกาหนึ่ง และทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำผ้านุ่มๆ มาชุบน้ำชาให้ชุ่ม
จากนั้นนำมาประคบผิวบริเวณที่ไหม้แดด ชาเขียวมีส่วนประกอบที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต
และยังช่วยลดอาการอักเสบด้วย
หากถูกแดดเผาทั้งตัว
หากคุณถูกแดดเผาทั่วทั้งตัว ให้ใช้วิธีอาบน้ำเย็นแทน
โดยอาจลงไปแช่น้ำเย็นๆ ในอ่างและเติมข้าวโอ๊ตบดลงไปด้วย
ยาแก้ปวดจากครัว
ในแตงกวาและมันฝรั่งมีสารประกอบที่ช่วยให้แผลไหม้เย็นลง และยังช่วยลดอาการบวมด้วย

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

3ประเทศที่มีสงกรานต์เหมือนเมืองไทย

รู้มั้ยคะว่า ไม่ใช่แค่เมืองไทยที่มีประเพณีสงกรานต์ แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่มีประเพณีแนวๆ นี้อีกด้วย แต่อาจจะเปลี่ยนจากน้ำเป็นสาดอย่างอื่น ว่าแต่มีที่ไหนบ้างนะ.....
เทศกาล Wet Monday
ที่ไหน : ประเทศโปแลนด์
เมื่อไร : วันจันทร์หลังเทศกาล Easter (ปีนี้จัดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา)
ทำอะไร : สาดน้ำ
ในช่วงอีสเตอร์นั้น เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญของยุโรป ร้านรวงต่างๆ จะหยุดหมด ผู้คนจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านกับครอบครัว แต่ว่าที่ประเทศโปแลนด์นั้นมีเทศกาลหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Dyngus Day แต่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Wet Monday โดยเป็นประเพณีที่เด็กผู้ชายจะวิ่งไปตามถนนและใช้น้ำสาดเด็กผู้หญิง (ปัจจุบันชายจะสาดหญิงหรือหญิงจะสาดชายก็ได้) อุปกรณ์ที่ใช้ส่วนมากก็จะเป็นขวดหรือถังใส่น้ำ หรืออาจจะเป็นปืนฉีดน้ำเหมือนบ้านเราก็ได้ หรือถ้าผู้ชายคนไหนเฟี้ยวๆ หรือกล้าๆ หน่อย อาจจะใช้โคโลญจน์สาด(เบาๆ) ที่ขาของผู้หญิงก็ได้

เทศกาล Holi
ที่ไหน : ประเทศอินเดีย
เมื่อไร : ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม
ทำอะไร : สาดสีฝุ่น
เป็นประเพณีเก่าแก่ของอินเดียที่รู้จักกันในชื่อ Holika หรือ Holi โดยเชื่อว่าเป็นประเพณีที่มีมาแล้วอย่างยาวนานก่อนศาสนาคริสต์จะกำเนิดเสียอีก โดยสีที่นำมาเล่นนั้นเป็นสีฝุ่นที่ทำมาจากดอกอัญชัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายอีกด้วย โดยที่มาของประเพณีนั้น เนื่องจากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงคาบต่อระหว่างฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ดอกไม้เริ่มผลิบาน ดังนั้นคนอินเดียจึงเชื่อว่าพวกเขาก็จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้าใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น จึงออกมาเฉลิมฉลองกันด้วยการนำสีฝุ่นซึ่งสกัดจากธรรมชาติมาสาดเล่นกันอย่างสนุกสนานนั่นเอง

เทศกาล Tomoato Fight (The Tomatina)
ที่ไหน : เมือง Bunol แคว้นวาเลนเซีย ประเทศสเปน
เมื่อไร : วันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม
ทำอะไร : โยน/ปา/ สาด มะเขือเทศ
จัดครั้งแรกในปี 1945 ได้ชื่อว่าเป็นเทศกาล(ต่อสู้ด้วย)อาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่าสี่หมื่นคน และใช้มะเขือเทศรวมทั้งสิ้นประมาณ 100 ตันในการปาใส่กัน โดยในตั้งแต่เช้าจะมีรถบรรทุกขนมะเขือเทศเข้ามาในเมือง และหากได้ยินเสียงสัญญาณพลุดังขึ้น หมายถึงให้เริ่มปามะเขือเทศได้ และถ้าได้ยินเสียงพลุดังขึ้นอีกครั้งหมายถึงให้หยุดปาทันที โดยมีกฎที่ผู้เข้าร่วมงานต้องปฏิบัติตามคือ ต้องทุบมะเขือเทศให้เละก่อนจะนำมาปา (ถ้าเป็นลูกใหญ่ ปาไปหัวอาจแตกได้นะ) นอกจากนี้ในงานยังมีขบวนพาเหรดและการแสดงดนตรีอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

9 เคล็ดลับ ขจัดไขมันส่วนเกิน


การลดปริมาณไขมันในช่วงที่คุณกำลังลดน้ำหนักนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องพบเจอกับชีวิตที่มีแต่อาหารแห้งๆ หรือคุกกี้ที่ไร้ไขมัน ในตู้กับข้าวของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการลดน้ำหนักหรือเพียงแค่จะตัดไขมันออก ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก
1. ลดการทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง และรวมไปถึงสัตว์เนื้อแดง สัตว์ปีก และอาหารในชีวิตประจำวันบางอย่าง เช่น นม ครีม และเนย ถ้าคุณเลือกกินเนื้อ ให้เลือกเนื้อชิ้นที่มีมันน้อยที่สุด สัตว์ปีกและปลาสามารถทานได้
2. หาอ่านไอเดียใหม่ๆ จากคู่มืออาหารเพื่อสุขภาพบ่อยๆ
3. เพิ่มปริมาณอาหารจำพวกผักสดและผลไม้ ถ้าทานสดได้ก็จะดี
4. เปลี่ยนการปรุงอาหาร มาเป็นจำพวก ย่าง อบ นึ่ง หรือเคี่ยว แทนการทอด ผัด
5. ถ้าจำเป็นต้องทอดหรือผัดให้ใช้น้ำมันมะกอกดีกว่าการใช้เนยหรือน้ำมันพืชธรรมดามาปรุงอาหาร
6. เลือกกินสิ่งที่มีไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน เช่น พวกโยเกิร์ตที่ไม่มีไขมัน กินชีสหรือดื่มนมที่มีไขมันต่ำด้วย
7. งดกินหนังไก่ หรือเนื้อสัตว์ที่มีปริมาณไขมันมากๆ
8. ลดการกินถั่ว เนยถั่วหรือมะกอก เพราะสิ่งเหล่านี้มีไขมันสูง
9. ส่วนเรื่องของว่างก็ทานเป็นผลไม้สด มันฝรั่งก็ควรผ่านการอบ มากกว่าการทอด หรือไม่ก็ทานข้าวโพดคั่ว (Popcorn) ที่ใช้การอบ (Air popped)
สังเกตดูให้ดีว่าถ้าดูตารางสารอาหาร แคลอรี่ต่ำ บางครั้งอาจไม่ได้หมายความว่าไขมันต่ำนะ

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

อย่ามองข้าม หัวฝักบัว แหล่งสะสมเชื้อโรค


หัวฝักบัว แหล่งสะสมเชื้อโรคที่ไม่ควรมองข้าม (Woman's Story)

ใครที่ใช้ฝักบัวอาบน้ำอยู่เป็นประจำ ต้องมาฟังทางนี้เลยนะคะ เพราะหากคุณไม่ระวัง อาจเป็นที่มาของโรคปอดในไม่ช้าแน่นอนค่ะ

เนื่องจากได้มีการสุ่มตรวจวิเคราะห์หาเชื้อโรคในหัวฝักบัว ตามสถานที่ต่าง ๆ กว่า 9 เมือง พบว่าร้อยละ 30 มีเชื้อมัยโคแบคทีเรียม เอเวียม ปนเปื้อนอยู่มาก ตามปกติเชื้อตัวนี้พบในน้ำประปาทั่วไป แต่สะสมอยู่ในหัวฝักบัวมากกว่าระดับที่พบในน้ำประปาถึง 100 เท่า ซึ่งหากผู้ใช้เปิดให้น้ำจากฝักบัวโดนหน้าตั้งแต่ครั้งแรก จะทำให้ได้รับเชื้อดังกล่าวสูงมาก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดตามมา

จากการตรวจพบอีกว่าในฝักบัวแบบที่เป็นโลหะ จะพบการสะสมของเชื้อโรคน้อยกว่าแบบพลาสติก ดังนั้นการแก้ไขผู้ใช้ก็ควรเปลี่ยนหัวฝักบัวมาใช้แบบโลหะ ที่มีตัวกรองช่วยในการลดการสะสมของเชื้อโรค หรือเปลี่ยนไปอาบน้ำในอ่างแทน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเข้าสู่ปอดได้เช่นกัน

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

คุณพูดได้กี่ภาษา


"แคน ยู สปีค อิงลิช ?" "แคน ยู สปีค ไชนีส ?" "แคน ยู สปีค แจแปนนิส ?" หนุ่มๆ หลายคนคงเคยเจอคำถามต่างๆ ประมาณนี้ ส่วนใหญ่จะยิ้มแหยๆ พร้อมกับตอบว่า "อ่า เอ่อ.. อะ ลิตเติ้ล" หรือท่องคาถาประจำใจเอาไว้ว่า "โน ไอ แค้นท์"
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะไม่เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอื่น ที่นอกเหนือจากภาษาไทย แต่หนุ่มที่สามารถพูดภาษาที่สอง หรือที่สามได้เนี่ย ก็มีเสน่ห์ไม่เบาเลย กิจกรรมยามปิดเทอม พี่มิ้งเลยอยากชวนหนุ่มๆ เสริมทักษะด้วยการเรียนรู้ภาษาอื่น มีใบสมัครเรียนกันหรือยัง ?
ทำไมต้องเรียน
หลักการและเหตุผล (ดูวิชาการมาก) ของการเรียนภาษาต่างประเทศไม่ว่าจะ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ไล่มาจนถึงเอเซีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี แต่ไม่ต้องขนาดแอฟริกานะ เพราะยังไม่เป็นที่กว้างขวางมาก ก็เพราะว่า ภาษาเหล่านี้เป็นข้อได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ทั้งในตอนสมัครศึกษาต่อก็ใช้ไปข้อได้เปรียบ หรือทำให้มีตัวเลือกในสาขาวิชาต่างๆ หรือในด้านสังคมก็ทำให้หนุ่มๆ นักสปีค ดูเด่นเป็นเสน่ห์ สามารถตอบโต้เจ้าของภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว มีทั้งการเรียนภาษา ยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ที่มักเกี่ยวเนื่องกับภาษาอีกด้วย
อนาคตสดใส
หากหนุ่มๆ ฝึกปรือภาษาต่างๆ อย่างต่อเนื่องเชี่ยวชาญ ไม่ละทิ้งระหว่างทาง จะเป็นตัวช่วยที่ดีนำทางเลือก และความสำเร็จมาให้อย่างมากมาย จะเป็นนักแปลภาษาแปลหนังสือ, มัคคุเทศก์ พาชาวต่างชาติท่องเที่ยวประเทศไทย หรือเก่งมากๆ ก็เป็นครูสอนภาษาเสียเองเลย หรือหนุ่มๆ โตไปถึงขนาดเรียนจบ ก็มีงานที่ต้องใช้ภาษาเป็นสำคัญ รอให้เลือกอยู่
หนทางพิชิตภาษาต่างดาว
ดูเหมือนว่าภาษาที่เราไม่เข้าใจ จะดูยุ่งยากจนบางทีเราแอบคิดว่า มันเป็นภาษาของดาวดวงไหนในระบบสุริยะจักรวาล หรือเปล่า? แต่จากประสบการณ์ในการไปนั่งท่อง หนีห่าว, ไจ้เจี้ยน, เฉิน เมอ ก็พอจะได้เคล็ดลับในการจะบรรลุภาษาต่างประเทศเหล่านี้เช่นกัน
- ในห้องเรียน ตั้งใจเรียน,ไม่กลัวที่จะหัดออกเสียง (ถ้ามัวแต่กลัวผิด อาจไม่รู้สิ่งที่ถูก), ทำแบบฝึกหัด ขยันทบทวนบทเรียน, อ่านบทต่อไปที่จะเรียนล่วงหน้า, เพื่อจะได้เรียนรู้ได้เร็วและสามารถถามข้อสงสัยผู้สอนได้
- เสริมเขี้ยวเล็บ ด้วยการหัดฟังเพลงหรือดูรายการของภาษาที่เรียนอยู่, หัดแชทหรือพูดคุยกับเจ้าของภาษา, และฝึกอ่านเขียนตัวอักษรด้วยนะ
เป็นเคล็ดเล็กน้อย ที่อยากแนะนำสำหรับนักเรียนภาษา แอบหยิบไปใช้ตอนเรียนภาษา ในช่วงปิดเทอมอย่างนี้ได้นะ เวลามีใครมาถามว่า "แคน ยู สปีค..." เราก็ตอบไปเลยว่า "เยสสส!!!"

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

รู้ไว้ใช่ว่า : วิธีป้องกันตัวเอง เมื่อเจอความรุนแรง


มีคนเคยกล่าวไว้ว่า "ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด" แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้คนเราต้องระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน วันนี้จึงนำข้อควรปฏิบัติเมื่อผู้หญิงต้องอยู่ในที่สาธารณะโดยลำพัง ไม่ว่าจะในลิฟต์ ห้องน้ำสาธารณะ หรือแม้กระทั่งบ้านของตัวเอง มาฝากกันค่ะ
กรณีอยู่ในสถานการณ์คับขัน
หากคนร้ายประชิดตัว และอยู่กันตามลำพัง พยายามรวบรวมสติอย่าตกใจจนเกินไป หาวิธีการช่วยเหลือตนเองเฉพาะหน้า โดยการใช้น้ำเย็นเข้าลูบ หรือพูดจาถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหาทางหลบหนีออกมาจากสถานการณ์นั้น ๆ
พยายามไม่ยั่วยุคนร้าย เพราะอาจทำให้คนร้ายใช้ความรุนแรงมีหลายจุดที่อาจจู่โจมคน ร้ายได้ เช่น ดวงตา อวัยวะเพศ แต่ต้องให้แน่ใจว่าสามารถทำให้คนร้ายเจ็บจริงจนหยุดการกระทำ หรือเสียการทรงตัวชั่วขณะ เพื่อให้สามารถหลบหนีออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์แย่กว่าเดิม
กรณีอยู่ท่ามกลางฝูงชนหรือบริเวณที่มีผู้คน เช่น ถูกอนาจารบนรถเมล์ ไม่ควรอาย ให้ร้องขอความช่วยเหลือดัง ๆ หากพบว่ามีคนเดินตามในที่เปลี่ยว ควรตะโกนว่า "ไฟไหม้" อย่าตะโกนว่า "ช่วยด้วย" แล้ววิ่งหนีให้เร็วที่สุด ควรแจ้งความหรือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเพื่อนำตัวคนทำผิดมาลง โทษ หรืออย่างน้อยเพื่อเป็นการตักเตือนผู้กระทำผิด ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือต้องตั้งสติให้มั่นเพื่อที่จะเลือกวิธีเอาตัวรอดได้อย่าง เหมาะสม
กรณีความรุนแรงในครอบครัว
ไม่ทำให้เหตุการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น เช่น ยุติการโต้เถียงในขณะที่ต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์โกรธ แล้วพยายามหันหน้ามาปรึกษาพูดคุยกันเมื่อต่างฝ่ายอยู่ในสภาพที่พร้อม กรณีที่ไม่สามารถพูดคุยกันได้โดยตรง อาจให้ผู้ใหญ่ที่นับถือ หรือญาติพี่น้องมาเป็นตัวกลางในการพูดคุย
กรณีที่ถูกทำร้ายหรือไม่มั่นใจในความปลอดภัยให้พยายามเลี่ยงจากสถานการณ์ หรือ สถานที่นั้น โดยอาจติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน หรือบุคคลที่ไว้ใจ หรือย้ายที่อยู่ชั่วคราวจนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย
โทรศัพท์ขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง เพื่อน หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ หากยังไม่ได้ผล ควรตัดสินใจใช้สิทธิตามกฎหมาย แจ้งความต่อตำรวจ เพราะไม่มีใครมีสิทธิทำร้ายผู้อื่นแม้จะเป็นสามี
ตั้งสติพยายามทบทวนเรื่องราว หาเหตุผลและวิธีการแก้ไขปัญหา รวมถึงพิจารณาว่าหากจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไปควรมีข้อตกลงกันอย่างไรเพื่อ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก
ไม่ระบายอารมณ์กับเด็ก โดยดุด่า ทุบตี หรือทำร้ายเพื่อประชดอีกฝ่ายหนึ่ง
กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ควรรีบให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ควรอาบน้ำหรือชำระล้างร่างกายหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้สามารถเก็บหลักฐานได้ชัดเจนและครบถ้วน เพราะการตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะตัดสินใจดำเนินคดีหรือไม่ จะเป็นผลดีในแง่การป้องกันการติดโรคจากเพศสัมพันธ์ ป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถทำได้ดีภายใน 48 ชั่วโมง และเมื่อตัดสินใจที่จะแจ้งความร้องทุกข์เมื่อใด พยานหลักฐานทางการแพทย์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ว่าถูกละเมิดทางเพศจริง เพราะการดำเนินคดีการละเมิดทางเพศในประเทศไทยให้ความสำคัญกับผลการตรวจร่าง กายของแพทย์เป็นสำคัญ
หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวตามลำพัง เพราะอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่เป็นผลร้ายกับตนเอง เช่น ทำร้ายตนเอง พยายามฆ่าตัวตาย ให้กำลังใจตนเอง ไม่ควรลงโทษตนเอง เพราะไม่มีผู้ใดต้องการถูกข่มขืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความผิดของตนเอง แต่เป็นความผิดของชายที่มากระทำต่างหาก ให้รำลึกอยู่เสมอว่า คุณค่า อนาคต ความสามารถของเรามิได้สูญเสียไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ควรตัดสินใจคลี่คลายปัญหาโดยอาจหาบุคคลที่ไว้ใจได้ เช่น พ่อแม่ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาหรือแจ้งความนำผู้กระทำผิด มาลงโทษ เพื่อไม่ให้เขามีโอกาสมากระทำซ้ำ หรือไปกระทำกับคนอื่นอีก
ข้อควรจำทางกฎหมาย
เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญในการที่จะพิทักษ์สิทธิตามกฎหมายของตนเอง ผู้ถูกข่มขืนที่มีอายุเกิน 15 ปี ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเพียง 3 เดือน นับจากวันเกิดเหตุเท่านั้น สำหรับผู้ถูกข่มขืนที่อายุไม่ถึง 15 ปี เป็นกรณีที่ยอมความไม่ได้ มีระยะเวลาแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุ